วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ผักขึ้นฉ่ายเป็นผักสมุนไพรที่นิยมมาเพิ่มความหอมในน้ำซุป


ผักสมุนไพร

ผักขึ้นฉ่ายมีประโยชน์มาก มีประโยชน์ทางโภชนาการคุณค่าต่อร่างกาย เป็นผักสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมนิยมนำมาใช้ในการปรุงอาหารเพื่อช่วยในการดับกลื่นคาวต่างๆหรือนำมาใช้เพิ่มความหอมในน้ำซุป ผู้รักสุขภาพมักนำมาเป็นวัตถุดิบในการทำน้ำผัก ผลไม้ปั่นดื่มเพื่อสุขภาพ ประโยชน์ของขึ้นฉ่ายช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ป้องกันหวัด ช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งและเนื้องอก บำรุงสมองช่วยในเรื่องความจำ ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ

ผักขึ้นฉ่ายมีประโยชน์มาก


ขึ้นฉ่าย (คื่นไฉ่) หรือ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง ภาษาอังกฤษ Celery (เซเลอรี) (มักสะกดผิดเป็น “คื่นช่าย” หรือ “คื่นฉ่าย” หรือ “คึ่นไช่“) ขึ้นฉ่าย ขึ้นฉ่ายเป็นผักที่ใบคล้ายกับผักชี แต่ใบใหญ่กว่าและกลิ่นฉุน โดยขึ้นฉ่ายเป็นชื่อผักที่มีจากภาษาจีน หรือที่คนไทยเรียกว่า ผักข้าวปีน, ผักปืน, ผักปิ๋ม เป็นต้น ผักขึ้นฉ่าย จะมีอยู่ 2 สายพันธุ์ สายพันธุ์แรกก็คือ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง ลักษณะต้นจะอวบใหญ่มาก ลำต้นมีความสูงประมาณ 40-60 เซนติเมตร ลำต้นขาวใบเหลืองอมเขียว และอีกสายพันธุ์คือ ขึ้นฉ่ายจีน หรือ “Chinese Celery” ซึ่งจะมีขนาดของลำต้นที่เล็กกว่า มีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร และใบค่อนข้างแก่ ส่วนสรรพคุณก็จะคล้ายๆ กัน ขึ้นฉ่าย เป็นผักสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม (สำหรับบางคนอาจจะรู้สึกว่ามีกลิ่นฉุน และอาจไม่เป็นที่โปรดปรานมากนัก) นิยมนำมาใช้ในการปรุงอาหารเพื่อช่วยในการดับกลิ่นคาวต่างๆ หรือนำมาใช่เพิ่มความหอมให้น้ำซุป ในปัจจุบัน ผู้รักสุขภาพมักนำมาเป็นวัตถุดิบนึงในการทำน้ำผัก ผลไม้ปั่น ดื่มเพื่อสุขภาพกันด้วยนะคะ มาดูประโยชน์ของขึ้นฉ่ายกันดีกว่า

ประโยชน์ของขึ้นฉ่าย


1. ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ป้องกันหวัด และชะลอความเสื่อมของร่างกายได้เป็นอย่างดี
2. ช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งและเนื้องอก ขึ้นฉ่ายมีสารที่ช่วยยับยั้งหรือชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยต่อต้านมะเร็งได้ และยังมีสารที่ช่วยขับของเสียจากบุหรี่ในผู้สูบบุหรี่และผู้ที่ได้รับควันบุหรี่อีกด้วย
3. ช่วยบำรุงสมอง ช่วยในเรื่องของความจำ
4. ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง เนื่องจากขึ้นฉ่ายอุดมไปด้วยแคลเซียมและฟอสฟอรัส
5. การศึกษาของทีมนักวิจัยสหรัฐพบว่ามีสารเคมีบางชนิดในผักช่วยบำรุงสมอง ช่วยในเรื่องของความจำ


จากที่พูดมาข้างบน นี้ก็เป็นประโยชน์คร่าวๆของผักสมุนไพรอย่างขึ้นฉ่ายนะคะ ทั้งนี้ทางร้านโฮมก๋วยเตี๋ยวเรือของเราก็ได้นำขึ้นฉ่ายมาเป็นส่วนผสมในน้ำชุปก๋วยเตี๋ยว เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม ดับกลิ่นคาว สำหรับใครหลายคนที่มาอุบลแล้วยังหาร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆทาน มองมาทางนี้ โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ ร้านก๋วยเตี๋ยวติดแอร์ไม่แพงอย่างที่คิด ราคาถูกสุดๆ รสชาติแซ่บมากๆ ต้องมาลองนะค่ะ

วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เครื่องดื่มสมุนไพรอย่างน้ำมะตูมสามารถรักษาปัญหาสุขภาพได้


มะตูม ผลไม้ที่มักนำมาคั้นเป็นเครื่องดื่ม เพิ่มความสดชื่นและทำเป็นเมนูกินเล่นอย่างมะตูมเชื่อมหรือเค้กมะตูม เชื่อกันว่ามีสรรพคุณทางยาตามตำรับยาอายุรเวท ผู้คนจึงนิยมนำผลและส่วนต่าง ๆ ของต้นมะตูมมาใช้รักษาปัญหาสุขภาพบางประการด้วย

เครื่องดื่ม

มะตูมประกอบด้วยสารสำคัญหลายชนิด เช่น แทนนิน ไกลโคไซด์ เตอร์ปีนอยด์ ฟีนอล และควิโนน ราก ใบ และเปลือกของต้นมะตูมนิยมนำมาต้มดื่มเป็นยาระบาย ลดไข้ หรือขับเสมหะ ส่วนผลใช้บรรเทาอาการท้องร่วง ปวดท้อง และแก้โรคบิด ที่สำคัญ ยังปรากฏการศึกษาทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของมะตูมในด้านการรักษาโรค ดังนี้
บรรเทาอาการท้องเสีย มีการนำมะตูมมาใช้บรรเทาอาการท้องเสียตามคำกล่าวอ้างสรรพคุณในตำรับยาอายุรเวทอย่างแพร่หลาย ทั้งยังปรากฏผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์บางชิ้นที่สอดคล้องกับความเชื่อนี้ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งทดลองนำผลมะตูมแห้งไม่ปอกเปลือกต้มในน้ำร้อน แล้วใช้น้ำที่ได้หยดลงในเซลล์ที่มีเชื้ออีโคไลอันเป็นสาเหตุของอาการท้องเสีย ผลพบว่าสารสกัดจากผลมะตูมมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อดังกล่าวได้
นอกจากนี้ มะตูมอาจมีสรรพคุณเป็นยาป้องกันอาการท้องเสียอย่างรุนแรงที่เกิดจากโรคบิดได้ด้วย เนื่องจากมีสารเลกติน (Lectins) ที่ช่วยต้านเชื้อบิดชิเกลล่าอันเป็นสาเหตุของโรคบิดไม่มีตัว ดังปรากฏในงานวิจัยอีกชิ้นที่พบว่าสารสกัดจากผลมะตูมช่วยยับยั้งเชื้อบิดชิเกลล่าและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคบิด มะตูมจึงอาจช่วยรักษาและป้องกันอาการท้องเสียได้จริงตามที่มีกล่าวอ้างในตำรับยาอายุรเวท
แม้การศึกษาเหล่านี้ชี้ให้เห็นสรรพคุณของมะตูมในการบรรเทาอาการท้องเสีย แต่ก็ยังไม่ชัดเจนมากพอที่ทางการแพทย์จะแนะนำให้ใช้เป็นยารักษาอาการดังกล่าว หากมีอาการท้องเสียควรเข้ารับการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์เป็นดีที่สุด รวมทั้งดูแลเรื่องอาหารการกินและที่อยู่อาศัยให้สะอาดถูกสุขลักษณะ และอาจเข้ารับการฉีดวัคซีนไวรัสโรต้า (Rotavirus Vaccination) เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย
รักษาแผลในกระเพาะอาหาร สาเหตุหลักของโรคแผลในกระเพาะอาหารเกิดจากการติดเชื้อเอชไพโลไร (H. Pylori) ซึ่งจะส่งผลให้ผนังกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กอักเสบ เยื่อบุทางเดินอาหารถูกทำลาย และกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งกรดออกมาจนบริเวณดังกล่าวเกิดเป็นแผล เชื่อกันว่าผลมะตูมมีฤทธิ์ต้านการอักเสบและช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร งานวิจัยชิ้นหนึ่งพิสูจน์คุณสมบัติด้านนี้โดยทดลองให้หนูที่ป่วยเป็นโรคนี้จากการติดเชื้อเอชไพโลไรกินสารสกัดจากมะตูมสดแล้ววัดผล ผลปรากฏว่าแผลในกระเพาะอาหารของหนูลดลงเทียบเท่ากับการใช้ยารักษาแผลในกระเพาะอาหารอย่างซูคราลเฟต จึงอาจกล่าวได้ว่าผลมะตูมสดมีประโยชน์ในการรักษาแผลในกระเพาะอาหารที่เกิดจากการติดเชื้อเอชไพโลไร โดยช่วยป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร
รักษาเบาหวาน คนส่วนใหญ่เชื่อว่ามะตูมมีสรรพคุณในการบรรเทาอาการของโรคเบาหวาน ประเด็นนี้ถูกนำไปศึกษากับหนูทดลองที่ป่วยเป็นโรคนี้ ผลพบว่าหนูที่ได้กินสารสกัดจากเปลือกมะตูมเป็นเวลา 28 วัน มีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ สารสกัดมะตูมยังช่วยเพิ่มระดับอินซูลินและควบคุมไขมันในเลือด มะตูมจึงอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยรักษาโรคเบาหวานได้
ป้องกันโรคมะเร็งเชื่อกันว่ามะตูมมีสรรพคุณในการรักษาโรคมะเร็งต่าง ๆ ซึ่งจากการทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องพบว่าการศึกษาทางวิทยาศาสตร์หลายชิ้นชี้ให้เห็นถึงคุณประโยชน์ของมะตูมในการต้านเซลล์มะเร็งและป้องกันสารเคมีบางชนิด ซึ่งอาจส่งผลดีต่ออาการของโรค ดังปรากฏในการศึกษากับเซลล์มะเร็งบางชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการยับยั้งเซลล์มะเร็งต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งระบบประสาทนิวโรบลาสโตมา
นอกจากนี้ การรับประทานมะตูมยังอาจส่งผลดีต่ออาการของโรคมะเร็งตับ เนื่องจากมีการทดลองในสัตว์ชิ้นหนึ่งเผยให้เห็นว่าหนูที่ป่วยเป็นมะเร็งตับมีอาการอักเสบและการเจริญเติบโตของเนื้อร้ายลดลงหลังจากได้กินสารสกัดมะตูมเข้าไป ทั้งนี้ สารสกัดมะตูมจะมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อการรักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งมากน้อยเพียงใด จำเป็นต้องมีการทดสอบกับผู้ป่วยจริงโดยตรงต่อไป เนื่องจากงานวิจัยในปัจจุบันล้วนศึกษากับสัตว์หรือเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองเท่าน้้น ไม่อาจรับรองผลได้อย่างชัดเจนหากนำมาใช้รักษาคน สำหรับผู้ที่ต้องการรับประทานมะตูมเพื่อสรรพคุณทางยาควรปรึกษาแพทย์ก่อน เนื่องจากมะตูมอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อภาวะสุขภาพบางประการ หรือทำปฏิกิริยากับยารักษาโรคบางตัวได้
👉ไม่ควรรับประทานมะตูมมากเกินไป เนื่องจากอาจทำให้มีอาการท้องไส้ปั่นป่วนและท้องผูกได้
👉สตรีมีครรภ์และผู้ที่ให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนนำมะตูมมาใช้รักษาอาการป่วย เนื่องจากยังไม่ปรากฏข้อมูลทางการแพทย์เพียงพอต่อการรับรองความปลอดภัยสำหรับสตรีมีครรภ์และผู้ที่ให้นมบุตร
👉ผู้ป่วยเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้มะตูมเป็นยาร่วมกับยารักษาเบาหวาน เนื่องจากอาจส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำเกินไปได้
👉หยุดบริโภคมะตูมก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เนื่องจากอาจส่งผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในช่วงระหว่างและหลังการผ่าตัด

วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ถั่วฝักยาว ประโยชน์ไม่ธรรมดา สรรพคุณทางยาไม่น้อยหน้าใคร !


ประโยชน์

ถั่วฝักยาว ผักธรรมดา ๆ ที่เรามักนำไปประกอบอาหารหรือทานเป็นเครื่องเคียงจะมีประโยชน์มากมายสักแค่ไหน ถ้าอยากรู้ ต้องอ่าน !
สำหรับใครที่สงสัยว่าถั่วฝักยาวนั้นมีประโยชน์แค่นำมาประกอบอาหารหรือเปล่า วันนี้เรามีคำตอบที่จะทำให้ทุกคนต้องตะลึงมาฝาก เพราะผักธรรมดา ๆ อย่างถั่วฝักยาวที่เราทานกันบ่อย ๆ นั้น มีสรรพคุณเยอะ ประโยชน์แยะ ถึงขนาดป้องกันโรคมะเร็งได้เลยทีเดียว แต่ก่อนจะไปดูสรรพคุณและประโยชน์ที่มากมายของถั่วฝักยาว เรามาทำความรู้จักถั่วฝักยาวให้มากขึ้นกันก่อนค่ะ


ทำความรู้จักกับ “ ถั่วฝักยาว ”

ถั่วฝักยาว ภาษาอังกฤษคือ yardlong bean มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Vigna unguiculata subsp. เป็นพืชล้มลุกตระกูลเดียวกับพวกถั่วต่าง ๆ อย่าง ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วแปบ คืออยู่ในวงศ์ Fubaceae มีลักษณะพิเศษที่ทำให้แตกต่างจากถั่วชนิดอื่นอย่างชัดเจน ด้วยฝักสีเขียวที่ยาวสะดุดตา โดยคนไทยเรานิยมนำไปประกอบอาหารหลากหลายประเภท ทั้ง ผัด แกง ตำแทนมะละกอ และใช้เป็นส่วนผสมของอาหารอื่น ๆ แต่ที่นิยมที่สุดคือนำมากินสด ๆ หรือเป็นเครื่องเคียงคู่กับน้ำพริกและอาหารรสจัด เพราะถั่วฝักยาวจะช่วยลดความเข้มข้นของอาหารลงได้


ถั่วฝักยาวกับประโยชน์มหาศาล

1. นำมาประกอบอาหาร
แน่นอนว่าประโยชน์อันดับหนึ่งของถั่วฝักยาวก็คือนำมาทำเป็นอาหาร เช่น ตำ ผัด แกง ทำของหวาน และลวกเป็นเครื่องเคียง เพราะเป็นผักที่ฉ่ำน้ำ กรอบ มีรสหวานมัน และไม่เหม็นเขียว ยิ่งถ้าทานคู่กับอาหารรสจัดจะช่วยลดความเข้มข้นของอาหารนั้น ๆ ให้กลมกล่อมพอดีได้ นอกจากนี้ ยังมีการนำถั่วฝักยาวไปบรรจุกระป๋องหรือแช่แข็งเพื่อส่งออกไปขายยังต่างประเทศ และนำไปใช้เป็นพืชสมุนไพรรักษาโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย

2. ดูแลผิวพรรณ
ในถั่วฝักยาวมีวิตามินซีเป็นส่วนประกอบอยู่ค่อนข้างมาก และอย่างที่เรารู้กันดีว่าวิตามินซีเป็นสารสำคัญที่ช่วยดูแลผิว ทั้งลดริ้วรอย รอยแดง ยืดอายุผิว และช่วยบำรุงไม่ให้ผิวแห้ง อีกทั้งยังเป็นสารที่สำคัญต่อผิวหนัง หลอดเลือด และเส้นเอ็นในร่างกายเรา แถมถ้าเรากินอาหารที่มีวิตามินซีสูงบ่อย ๆ สามารถช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ด้วยนะ

3. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
ใคร ๆ ก็อยากมีภูมิคุ้มกันสูงเพื่อจะได้ป้องกันการเจ็บไข้ได้ป่วยใช่ไหมคะ งั้นเราขอแนะนำถั่วฝักยาวเป็นทางเลือกในการช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน เพราะการทานถั่วฝักยาวจะไปช่วยเสริมการทำงานของฮีโมโกลบิน ทำให้มีออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ในร่างกายได้ทั่วถึง ส่งผลให้เราไม่อ่อนเพลีย แถมในถั่วฝักยาวยังมีวิตามินซีที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ป้องกันโรคหวัด

4. ช่วยให้นอนหลับสนิท
ถ้าร่างกายเราขาดแมกนีเซียม อาจทำให้เรามีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการนอนได้ เพราะแมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุจำเป็นที่ช่วยบรรเทาความเครียดและทำให้สมองผ่อนคลาย หากขาดไปก็ทำให้เราวิตกกังวล เครียด จนนอนไม่หลับได้ง่าย ฉะนั้นการทานถั่วฝักยาวซึ่งมีแมกนีเซียมสูง จึงช่วยให้สมองผ่อนคลายมากขึ้น และเครียดน้อยลง ซึ่งทำให้เรานอนหลับได้สนิทขึ้นค่ะ

5. บำรุงสายตา
วิตามินเอและวิตามินบี 1 สามารถบำรุงสายตา ป้องกันไม่ให้ประสาทตาเสื่อม ป้องกันโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น โรคต้อกระจก ต้อหิน และยังช่วยให้สายตาเรามองเห็นได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งถ้าใครที่ยังไม่มีปัญหาสายตา เราขอแนะนำให้กินถั่วฝักยาวหรืออาหารที่มีวิตามินเอและวิตามินบี 1 เยอะ ๆ เพื่อช่วยบำรุงสายตาและป้องกันโรคเกี่ยวกับตาไว้ก่อนเลย หรือถ้าใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับสายตาแล้ว ก็สามารถทานถั่วฝักยาว เพื่อช่วยบำรุงให้สายตากลับมาเป็นปกติได้นะคะ

6. ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง
เพราะว่าในถั่วฝักยาวมีแคลเซียม ธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัสอยู่เยอะ เมื่อธาตุทั้งสามทำงานรวมกันก็ช่วยทำให้เส้นผม ฟัน และกระดูกของเราแข็งแรงขึ้นได้ ลดความเสี่ยงเป็นโรคกระดูกพรุนสบาย ๆ เลยค่ะ

วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ต้มหอมผักเคียงของก๋วยเตี๋ยวมีประโยชน์อย่างไร


ก๋วยเตี๋ยว

ต้นหอมเป็นพืชล้มลุกที่จัดอยู่ในสกุลเดียวกับกระเทียม มีหัวใต้ดินใช้สะสมอาหาร ใบลักษณะยาวกลาง ทั้งดอก ใบ และหัวมีกลิ่นหอมฉุนและรสซ่าเล็กน้อย ใบและหัวของต้นหอมกินเป็นผักเคียงกับอาหารหลากหลายชนิด เช่น เปาะเปี๊ยะสดหรือข้าวหมูแดงและโรยหน้าอาหาร เช่น ข้าวผัด ยำ โจ๊ก ก๋วยเตี๋ยว แกงจืด หรือลาบ นอกจากจะช่วยให้อาหารจานนั้น ๆ ดูมีสีสันและกลิ่นหอมชวนกินแล้ว ยังช่วยเพิ่มคุณค่าสารอาหารอีกด้วย ส่วนดอกของต้นหอมก็ใช้ปรุงเป็นอาหาร เช่น ยำ ผัดกับเนื้อสัตว์หรือเครื่องใน แม้จะมีคุณค่าสารอาหารไม่มากเท่าใบและหัว แต่รสชาตินั้นไม่ด้อยไปกว่ากันเลย
ในต้นหอม 100 กรัม จะมีเส้นใยอาหาร 1.1 กรัม ช่วยป้องกันอาการท้องผูกและลดคอเลสเตอรอลในกระแสเลือด วิตามินซี 52 มิลลิกรัม ช่วยต้านอนุมูลอิสระและกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคและมลภาวะได้ดีขึ้น มีแคลเซียมและฟอสฟอรัส 47 และ 33 มิลลิกรัม ตามลำดับ ซึ่งแร่ธาตุทั้งสองชนิดนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกระดูกพรุน รวมถึงมีธาตุเหล็ก 7.3 มิลลิกรัม ซึ่งสูงถึงเกือบครึ่งของปริมาณที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ช่วยป้องกันภาวะโลหิตจาง ส่วนวิตามินเอที่มีในต้นหอมก็ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ ต้นหอมยังมีสารเคอร์ซิติน (Quercetin) ซึ่งเป็นสารฟลาโวนอยด์ที่อาจยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งอีกด้วย ในด้านสรรพคุณทางยาของต้นหอม ก็คือ ช่วยขับเหงื่อ บำรุงหัวใจ ลดไข้ แก้หวัดคัดจมูก และใช้ตำพอกผิวหนังแก้แมลงสัตว์กัดต่อย


ต้นหอมดองเป็นอาหารอีกชนิดที่ได้จากการแปรรูปต้นหอมโดยนำต้นหอมมาตัดรากและใบที่เหลืองออก ล้างให้สะอาด ขยำแล้วบีบน้ำออก ล้างน้ำเพื่อเอายางออก นำไปเคล้าเกลือ จากนั้นใส่ลงในขวดโหล เติมน้ำซาวข้าวลงไปจนท่วม ปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้ 2-3 วัน ก็จะได้หอมดองรสอร่อยไว้กินคู่กับขนมจีน ใส่ในแกง หรือจิ้มน้ำพริก

วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

น้ำกะทิที่ได้จากมะพร้าว ช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือไหม…?

ลดน้ำหนัก

มะพร้าว เป็นพืชที่มีประโยชน์มากมาย และถือเป็นพืชผลไม้คู่ครัวไทยมาช้านาน ในผลมะพร้าว 1 ผลสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย และบทความนี้จะขอบรรยายถึง “ กะทิ ” ของเหลวสีขาวขุ่นที่ได้มาจากการคั้นเนื้อมะพร้าวทึนทึก นี้ละค่ะ ที่จะช่วยลดน้ำหนักลงแบบธรรมชาติ มาติดตามกันต่อเลยต่อเลยค่ะ


ในกะทิมีวิตามินหลายชนิด แร่ธาตุ และอิเล็กโทรไลท์ รวมทั้งโพแทสเซียม แคลเซียม และคลอไรด์ไขมันอิ่มตัว ไขมันอิ่มตัวในน้ำมันมะพร้าวถูกสร้างขึ้นจากกรดไขมันห่วงโซ่สั้นและห่วงโซ่กลางได้อย่างรวดเร็ว กลายเป็นพลังงานแทนการจัดเก็บเป็นไขมัน ดังนั้นผู้บริโภคกะทิจึงแข็งแรงเพราะได้พลังงานทันทีที่บริโภคเข้าไป อีกทั้งยังไปกระตุ้น ให้ต่อมธัยรอยด์ทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งช่วยในการเผาผลาญอาหารที่บริโภคเข้าไปพร้อมกัน ให้เปลี่ยนเป็นพลังงานแทนที่จะไปสะสมเป็นไขมันในร่างกาย นี่จึงเหตุผทลที่ว่า กะทิ ช่วยในเรื่องการลดน้ำหนักได้


จากข้อความที่กล่าวมาข้างต้นนี้ เราแนะนำให้กินไอติมกะทิสดหลังมื้อเที่ยง ข้อดีคือ ไอติมกะทิสดจะช่วยดับกระหายได้ดีกว่าน้ำในหน้าร้อน เพราะมีน้ำซึ่งจับตัวเป็นน้ำแข็งอยู่ร้อยละ 65-70 แถมมีแคลอรีน้อยกว่าน้ำอัดลมด้วย และประการสุดท้าย ไอติมนั้นเปรียบได้กับดนตรี เพราะสถานบันจิตวิทยาในลอนดอนบอกว่า ไอติมช่วยลดความเครียดได้ประหนึ่งดนตรีที่ช่วยลดอุณหภูมิและทำให้เคลิบเคลิ้ม รู้อย่างนี้แล้วจะได้ลิ้มรสไอติมกันอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องกลัวอ้วนกัน


ดังนั้นการทานไอติมกะทิสดแท้ ของร้านโฮมก๋วยเตี๋ยวเรือก็มีประโยชน์อยู่นะคะเพื่อนๆ ลองมาชิมกันได้ทุกวันที่ร้านโฮมก๋วยเตี๋ยวเรือค่ะ

วันพฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ผิวเด้งได้ด้วย “คอลลาเจน” ในน้ำซุป


สาวๆ และหนุ่มๆ สมัยนี้ หันมาสนใจเรื่องของสุขภาพและการกินอาหารกันมากขึ้น เพราะเมื่อมีสุขภาพดี มีการกินอาหารที่เหมาะสมแล้ว เชื่อกันว่าจะทำให้ร่างกายแข็งแรง ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสดั่งวัยแรกรุ่น
แต่พออายุเริ่มมากขึ้น ผิวพรรณที่เคยเต่งตึงอาจจะเริ่มมีริ้วรอยเข้ามาทดแทน ฉะนั้นก็เลยต้องสรรหาอาหารที่จะมาช่วยเสริมความงามของผิวพรรณ โดยเฉพาะ “คอลลาเจน” ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งอยู่ใต้ชั้นผิวหนังแท้ มีหน้าที่เสริมความเรียบตึงให้แก่ผิวหนัง พอเรามีอายุมากขึ้น เจ้าคอลลาเจนเหล้านี้ก็เริ่มเสื่อมสลายลงไปเรื่อยๆ ทำให้ผิวหนังมีริ้วรอย และเหี่ยวย่น นี่จึงเป็นที่มาของการสรรหาคอลลาเจนมาเสริมให้กับผิวหนังของเรา

สำหรับอาหารที่มีคอลลาเจนอยู่เยอะและหากินได้ง่ายก็คือ เนื้อสัตว์ทั้งหลาย เช่น เนื้อไก่ เนื้อปลา โดยคอลลาเจนจะซ่อนตัวอยู่ในโปรตีนในเนื้อสัตว์เหล่านี้ และยังมีในพวกกระดูกอ่อนหมู กระดูกอ่อนไก่ ซึ่งอาหารที่สังเกตได้ง่ายๆ ว่ามีคอลลาเจนอยู่ อย่างเช่น ต้มยำไก่ น้ำซุปกระดูกหมู น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเรือ น้ำซุปก๋วยจั๊บ เมื่อทิ้งไว้ให้เย็น น้ำซุปก็จะมีลักษณะคล้ายกับวุ้น นี่แหละคือคอลลาเจนที่เราจะได้กินเข้าไป แต่หากว่าใครกลัวอ้วนจากไขมันที่ได้ผสมมา เวลาที่ต้มก็สามารถช้อนฟองไขมันที่อยู่ด้านบนออกทิ้งไป ก็จะช่วยลดไขมันลงไปได้
นอกจากจะพบคอลลาเจนในเนื้อสัตว์ต่างๆ แล้ว ก็ยังสามารถพบได้อีกในอาหารทะเล โดยเฉพาะปลาทะเลน้ำลึก, ปลาทู, ปลากระเบน, กระดูกปลาฉลาม ซึ่งคอลลาเจนจะพบในกระดูกของปลา หรือพบบริเวณตาปลาที่มีลักษณะเป็นเหมือนวุ้นใส และยังพบในผักผลไม้ต่างๆ อาทิ สาหร่ายทะเล, เห็ดทุกชนิด, หัวบุก, ถั่วเหลือง, แตงกวา, ขึ้นฉ่าย, มะกอก, ส้มโอ, แก้วมังกร, แอปเปิล แต่คอลลาเจนที่พบในพืชผัก ผลไม้ จะมีปริมาณน้อยกว่าที่พบในเนื้อสัตว์

เมนูอาหารที่มีคอลลาเจน และมีวิตามินซีที่ช่วยดูดซึมคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกาย เช่น ต้มยำขาไก่ ซุปเปอร์ขาไก่ ก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยจั๊บ ที่จะได้คอลลาเจนจากน้ำซุปไก่และกระดูกหมู ผสมกับวิตามินซีจากมะนาวที่บีบลงไปเพิ่มรสชาติเปรี้ยว แถมยังได้คุณประโยชน์เพิ่มเติมจากสมุนไพรและผักอื่นๆ ที่ใส่ลงไปด้วย ยังไงถ้าอยากได้ประโยชน์เต็มๆ จากน้ำซุปก็อย่าลืมแวะมาทานก๋วยเตี๋ยวเรือสูตรเข้มข้นที่เคี้ยวจากกระดูกหมูชั้นดี รับรองทานแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน อย่าลืมแวะมาทานกันนะคะ ที่ “โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” ที่นี่มีแต่ของอร่อย

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ประโยชน์ของตะไคร้สมุนไพรใกล้ตัวที่มีมากกว่าที่คิด


สมุนไพร

ตะไคร้ จัดเป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นกอ มักนิยมปลูกไว้ตามบ้านและนำมาปรุงอาหาร เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์และช่วยบรรเทาอาการของโรคบางชนิดได้ แต่หารู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้ว ภายใต้ต้นแข็งๆ และใบที่คมของตะไคร้ยังซ่อนคุณประโยชน์เอาไว้มากมายจนคาดไม่ถึง วันนี้เราไปดูประโยชน์ของตะไคร้ที่รู้แล้วต้องทึ่ง ใครที่ชอบกลิ่นหอมๆ ของมัน จะต้องยิ่งรักเจ้าสมุนไพรชนิดนี้มากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

สมุนไพรพื้นบ้าน

1. อุดมไปด้วยวิตามิน
อย่าคิดว่าตะไคร้มีประโยชน์แค่ใช้ปรุงอาหารเท่านั้น เพราะที่จริงแล้วตะไคร้นั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย ทั้งวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินบี นอกจากนี้ยังมีโฟเลต แมกนีเซียม สังกะสี ทองแดง ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมงกานีส โอ้โห้ ... วิตามินเยอะขนาดนี้คราวหน้าเจอตะไคร้ในอาหารก็อย่าเขี่ยทิ้งนะ
2. ล้างสารพิษ
สำหรับคนที่รักสุขภาพและชอบล้างพิษในร่างกายบ่อยๆ ไม่ควรพลาดเจ้าตะไคร้เลยค่ะ เพราะว่ามันมีคุณสมบัติในการล้างสารพิษในร่างกายด้วยการทำให้คุณปัสสาวะบ่อยขึ้น เนื่องจากสารเคมีที่อยู่ในตะไคร้จะช่วยทำความสะอาดระบบย่อยอาหาร อย่างเช่น ตับ ตับอ่อน ไต และกระเพาะปัสสาวะ ขับสารพิษและกรดยูริกออกจากร่างกาย ทำให้ระบบย่อยอาหารของคุณสะอาดขึ้น และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ
3. ช่วยย่อยอาหาร
ตะไคร้ช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นค่ะ เพราะมีการศึกษาหนึ่งพบว่าการดื่มชาตะไคร้จะช่วยในการย่อย ลดอาการปวดท้อง แก้หวัด ลดอาการตะคริวในลำไส้ และท้องเสียได้ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันและลดแก๊สในลำไส้ได้อีกด้วย
4. ช่วยซ่อมแซมและบำรุงระบบประสาท
มีการศึกษาจำนวนไม่น้อยพบว่าตะไคร้สามารถช่วยซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงให้กับระบบประสาทได้ พิสูจน์ได้ง่ายๆ ด้วยการนำน้ำมันหอมระเหยตะไคร้มาหยดลงบนผิว คุณจะรู้สึกได้ว่ามันอุ่นๆ ซึ่งมันจะทำให้กล้ามเนื้อของคุณผ่อนคลายมากและลดอาการตะคริวได้ แต่ก็อย่าลืมว่าทุกครั้งที่จะใช้น้ำมันหอมระเหยตะไคร้คุณควรที่จะผสมมันกับน้ำมันตัวพา และห้ามใช้น้ำมันหอมระเหยโดยตรงกับผิวเด็ดขาดค่ะ
5. ช่วยรักษาอาการอักเสบ
ตะไคร้สามารถช่วยทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและบรรเทาอาการปวดต่างๆ ได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุของอาการปวดต่างๆ เช่น ปวดฟัน ปวดกล้ามเนื้อ หรือการปวดตามข้อได้อีกด้วย ดังนั้นถ้าหากคุณรู้สึกปวดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ลองหาน้ำมันที่ผสมน้ำมันหอมระเหยตะไคร้มานวดดูนะคะรับรองว่าหายแน่นอน
6. ช่วยบำรุงผิว
ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นมันจึงสามารถช่วยบำรุงผิวของคุณได้ ทำให้ผิวของคุณเปล่งประกายความมีสุขภาพดีออกมา แถมยังช่วยทำให้ผิวของคุณดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ และช่วยลดสิวต่างๆ ได้อีกด้วย

ตะไคร้

เห็นไหมคะว่า ตะไคร้เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายมากมาย และเป็นสมุนไพรที่เราไม่ควรละเลย เลยล่ะค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าหากอยากมีสุขภาพดีด้วยสมุนไพร ตะไคร้ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่เลวเลย แถมยังสามารถปลูกเป็นพืชสวนครัวในรั้วบ้านได้ ยังยังสามารถนำมาทำเป็นน้ำตะไคร้ได้อีกด้วย สำหรับใครที่ขี้เกียจหรือว่าทำไม่เป็น เราก็มีร้านแนะนำที่มีน้ำตะไคร้เย็นๆ ให้ดื่มกันค่ะ นั้นก็คือ “ร้านโฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” ที่มีทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือที่มีรสชาติอร่อย เป็นเอกลักษณ์ และยังมีน้ำสมุนไพรอีกมากมาย มาลองทานกันดูนะคะ

วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

อยากผอมง่ายนิดเดียว แค่ดื่มน้ำสมุนไพร

น้ำกระเจี๊ยบแดง


กระเจี๊ยบแดงที่เรานำมาทำเป็นน้ำกระเจี๊ยบ เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยลดน้ำหนักได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะกลีบเลี้ยงของดอก หรือกลีบที่เหลือที่ติดอยู่กับผล สามารถใช้เป็นยาลดไขมันในเส้นเลือด และยังช่วยบรรเทาความรุนแรงของการอุดตันหลอดเลือดแดงใหญ่จากหัวใจให้น้อยลง
ขณะที่ในประเทศอียิปต์ ยังมีการนำกระเจี๊ยบแดงทั้งต้นมาต้มกินเป็นยาลดน้ำหนัก เนื่องจากเป็นยาระบายและยังช่วยฆ่าเชื้อในลำไส้ได้อีกด้วย แต่เราไม่จำเป็นตองไปหาต้นกระเจี๊ยบมาต้มกินก็ได้นะคะ ถ้าอยากลดน้ำหนักด้วยกระเจี๊ยบจริง ๆ ละก็ ก็ลองหาน้ำกระเจี๊ยบที่ไม่ผสมน้ำตาลมาดื่มก็จะช่วยได้เหมือนกันนะ

น้ำหญ้าหวาน


หญ้าหวานถือเป็นสมุนไพรที่นอกจากจะให้ความหวานได้เหมือนน้ำตาลแล้ว ยังช่วยให้สามารถลดความอ้วนได้ด้วย เพราะหญ้าหวานเป็นพืชที่ไม่ให้พลังงานและแคลอรี่ต่ำมาก สามารถนำไปผสมกับเครื่องดื่มหรือนำไปปรุงรสชาติอาหารแทนน้ำตาลก็ได้ทั้งนั้น แถมความหวานที่ได้จากหญ้าหวานยังมากกว่าน้ำตาลถึง 200-300 เท่าของซูโครส และหากรับประทานเป็นประจำก็ยังไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ให้ต้องวุ่นวายใจ เพราะฉะนั้น ใครที่ชอบกินหวาน แต่ก็ไม่อยากอ้วนล่ะก็ หญ้าหวานนี่ล่ะตัวช่วยที่ดีที่สุดเลย
จะเห็นว่าข้อมูลข้างต้นที่กล่าวมา ก็เป็นความรู้ส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สรรพคุณ แต่ถ้าพูดถึงสรรพคุณครบถ้วนขนาดนี้ทุกคนคงอยากลองชิมกันแล้วใช่ไหมล่ะ แนะนำที่ร้านนี้เลย “โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” ที่มีทั้งก๋วยเตี๋ยวที่มีรสชาติเข้มข้น อร่อย ถึงใจ และยังมีเครื่องดื่มที่เรากล่าวไปให้ได้ลองทานกันด้วย บอกเลยว่าเด็ดสุดในจังหวัดอุบลราชธานี

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

กระเจี๊ยบเป็นเครื่องดื่มแก้กระหายที่คนไทยนิยมกิน



เครื่องดื่มแก้กระหาย

ประโยชน์ของกระเจี๊ยบหรือกระเจี๊ยบแดงที่ผู้คนรับรู้กันตลอดมาคือเป็นเครื่องดื่มแก้กระหาย ให้ความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า แต่ในความเป็นจริงแล้วกระเจี๊ยบนั้นยังให้ประโยชน์ในทางเภสัชหรือในทางยาไม่น้อยเลยทีเดียว
กระเจี๊ยบเป็นพืชล้มลุกลักษณะไม่พุ่มขนาดเล็ก สูงประมาณ 1-3 เมตร กลีบดอกมีสีชมพู ส่วนเมล็ดและกลีบเลี้ยงเป็นสีแดงเข้ม ( ส่วนกลีบเลี้ยงนี้เองที่นำมาต้มดื่ม )

1. ป้องกันและรักษาไตพิการ


2. บรรเทาอาการไข้
ในคนที่มีอาการไข้ การดื่มน้ำกระเจี๊ยบก็ช่วยบรรเทาและลดไข้ได้เป็นอย่างดี โดยสรรพคุณของกระเจี๊ยบจะช่วยลดอุณหภูมิในร่างกายให้อยู่ในระดับที่สมดุล พร้อมกำจัดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของไข้หวัดได้อย่างอยู่หมัด ไม่ว่าไข้สูงแค่ไหน แค่ดื่มน้ำกระเจี๊ยบก็ลดไข้ได้แน่นอน


3. ละลายไขมันในเส้นเลือด
น้ำกระเจี๊ยบมีส่วนช่วยในการละลายไขมันในเส้นเลือด ลดคอเลสเตอรอล บรรเทาและป้องกันโรคเบาหวาน ทั้งยังช่วยควบคุมระดับความดันเลือดให้เป็นปกติ นอกจากนี้หากดื่มน้ำกระเจี๊ยบเป็นประจำ ก็สามารถลดไขมันส่วนเกินในร่างกายและลดความอ้วนได้เช่นกัน แต่ทั้งนี้จะต้องลดปริมาณน้ำตาลสักนิด เพื่อให้สามารถลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

4. แก้อาการคอแห้ง ดับกระหาย
น้ำกระเจี๊ยบสามารถแก้อาการคอแห้งและดับกระหายได้เป็นอย่างดี เพราะน้ำกระเจี๊ยบมีรสชาติหวานๆเปรี้ยวๆ ให้ความรู้สึกชุ่มคอ ดื่มแล้วสดชื่นสบายใจ จึงเป็นเมนูเครื่องดื่มที่หลายคนนิยมทำเพื่อบริการในการประชุมหรือการนัดทำกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะช่วงอากาศร้อนๆ แค่ได้ดื่มน้ำกระเจี๊ยบก็ช่วยดับกระหายและคลายร้อนได้อย่างดีเยี่ยมเลยล่ะ


5. ป้องกันโรคมะเร็ง
ไม่อยากเป็นมะเร็ง แค่ดื่มน้ำกระเจี๊ยบบ่อยๆ เป็นประจำ ก็สามารถป้องกันและยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้เป็นอย่างดี เพราะน้ำกระเจี๊ยบมีสารแอนโทไซยานินและสารโพลีฟีนอล ที่มีฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์ผิดปกติ และช่วยสลายเซลล์มะเร็งในระยะแรก หรือหากเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย การดื่มน้ำกระเจี๊ยบก็สามารถบรรเทาและยืดอายุของผู้ป่วยมะเร็งได้เช่นกัน

6. ช่วยชะลอความแก่และต่อต้านอนุมูลอิสระ
การดื่มน้ำกระเจี๊ยบสามารถต่อต้านอนุมูลอิสระและชะลอความแก่ได้อย่างดีเยี่ยม เพราะกระเจี๊ยบแดงมีสารโพลีฟีนอล ชนิด Protocatechuic Acid ที่มีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ พร้อมลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย ให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งในคนที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวหมองคล้ำจากการโดนแดดเผา น้ำกระเจี๊ยบแดงก็สามารถฟื้นบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้นได้


7. ช่วยให้ระบบขับถ่าย ทำงานได้ดีขึ้น
สำหรับใครที่มีปัญหาอุจจาระแข็ง ท้องผูกหรือมีปัญหาการขับถ่ายบ่อยๆ การดื่มน้ำกระเจี๊ยบก็ช่วยได้ดีไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะกระเจี๊ยบมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ จึงสามารถแก้ปัญหาอาการท้องผูกได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้น้ำกระเจี๊ยบยังช่วยแก้อาการอาหารไม่ย่อย และลดอาการจุกเสียดแน่นท้องอีกด้วย
น้ำกระเจี๊ยบ นอกจากจะมีรสชาติที่อร่อย สดชื่นและช่วยดับกระหายคลายร้อนได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังมีประโยชน์อีกมากมายที่จะช่วยบำรุงสุขภาพให้แข็งแรงยิ่งขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องดื่มสุดอร่อยๆ ในช่วงอากาศร้อนๆ แบบนี้ น้ำกระเจี๊ยบก็เป็นเมนูที่ไม่ควรพลาดเชียวล่ะ และที่สำคัญเลยก็คือ น้ำกระเจี๊ยบสามารถทำได้ง่ายมาก อยากดื่มเมื่อไหร่ ก็ทำได้ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ กันเลย

ดื่มประโยชน์จากชาเขียว

หากถามว่าผู้อ่านว่า เคยดื่มชาเขียวไหม เชื่อว่าทุกคนคงตอบว่าเคยดื่ม บ้างดื่มเพราะชอบ บ้างดื่มเพราะบอกว่ามีประโยชน์ สมัยนี้เครื่องดื่มชาเขีย...