ก๋วยเตี๋ยวเรือ อาหารยอดนิยมของคนไทย รวบรวมความรู้เกี่ยวกับก๋วยเตี๋ยว สูตรเด็ดเคล็ดลับ จากร้าน โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่อร่อยที่สุดในจังหวัดอุบลราชธานี
วันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561
คุณค่าของเนื้อหมูอร่อยคู่คนไทย...
เมื่อพูดถึงเนื้อหมู หลายคนต้องนึกถึงเมนูต่างๆ ที่ทำจากเนื้อหมูที่ส่งกลิ่นหอมน่าเชิญชวนให้ลิ้มลองความอร่อยเสียจริงๆ แต่ทุกคนทราบไหมว่าเนื้อหมูที่หลายคนรับประทานแต่ละวันนั้นทำไมถึงกลายเป็นวัตถุดิบยอดนิยมในการประกอบอาหารคู่ครัวไทยที่ไม่ว่าจะนำไปประกอบอาหารประเภทไหนก็อร่อยและอยู่ในใจของคนไทยจนยากที่จะลืมเลือน
เนื้อหมูจัดเป็นวัตถุดิบประเภทเนื้อสัตว์ที่ได้รับความนิยมที่สุดสำหรับนำมาประกอบอาหาร เนื่องด้วยเนื้อหมูหาซื้อได้ง่าย รับประทานง่าย และนำไปประกอบอาหารง่าย ประเภท ทอด ปิ้ง ย่าง ต้ม ตุ๋น นึ่ง และอื่นๆ ก็สามารถสร้างอรรถรสให้การรับประทานมื้ออาหารแต่ละวันจึงทำให้เนื้อหมูกลายเป็นวัตถุดิบที่สำคัญคู่ครัวของคนไทยได้ไม่ยากเย็นนัก
ค่านิยมของคนไทยกับการบริโภคเนื้อหมู
ถึงแม้ว่าการรับประทานเนื้อหมูในแต่วันของคนไทยนั้น มีปริมานที่ค่อนข้างมาก และถือได้ว่าคนไทยนิยมบริโภคเนื้อหมูเป็นอันดับ 2 รองจากเนื้อปลา เนื่องจากเนื้อหมูหาซื้อได้ง่าย กินสะดวก ประกอบอาหารได้หลาย และสามารถบริโภคได้แถบทุกส่วนตามค่านิยมของคนไทย อีกทั้ง เนื้อหมู มีความสำคัญและจำเป็นที่สุดต่อ ร่างกายเป็นอย่างมาก
วันพุธที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2561
ยกก๋วยเตี๋ยวเรือมาไว้ที่อุบล...
ถ้าพูดถึงอาหารที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิใครๆ ก็คงต้องนึกถึงก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา ซึ่งบริเวณรอบๆ นุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ นี่เป็นแหล่งรวบรวม ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา แต่จะดีแค่ไหนที่เราจะยกเอา ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยามาไว้ที่อุบลราชธานี โดยใช้ชื่อว่า “โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ”
“โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” ตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆ กับบิ๊กซีอุบลราชธานี (ตรงข้ามกับศูนย์โทรศัพท์มือถือ VIVO) บรรยากาศภายในร้านจะตกแต่งด้วยวัสดุในสมัยก่อนที่นำมาผสมผสานกับฝ้าเพดาน หลุมซ่อนไฟในสมัยใหม่ ที่ทำให้ได้รับบรรยากาศแบบไทยโบราณ มีแแอร์เย็นสบาย ไม่อึดอัด ส่วนด้านการจัดโต๊ะ มีการใช้โต๊ะไม้เพื่อความแข็งแรงทนทาน และบริเวณรอบๆ ของชั้นสองมีการตกแต่งด้วยดอกไม้ เพื่อความเป็นธรรมชาติและความร่มรื่น ช่วยเพิ่มบรรยากาศและความสุขในการรับประทานอาหาร จุดเด่นของร้านก็คือ ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก ที่มีรสชาติจัดจ้าน เข้มข้น ในราคาเบาๆ แล้ว ยังมีลูกชิ้นลวก ลอดช่องวัดเจษฯ ขนมถ้วยโบราณ อีกทั้งยังมีน้ำสมุนไพรเย็นๆ เช่น น้ำลำไย น้ำเก๊กฮวย น้ำกระเจี๊ยบและเมนูอื่นๆ อีกมากมายให้ทุกท่านได้ลองทาน
สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่มีรสชาติเข้มข้นแทบไม่ต้องปรุงเลยก็ว่าได้ ต้องมาลองที่ร้านว่าอร่อยสมคำล้ำลือจริงไหม….?
“โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” ตั้งอยู่บริเวณใกล้ๆ กับบิ๊กซีอุบลราชธานี (ตรงข้ามกับศูนย์โทรศัพท์มือถือ VIVO) บรรยากาศภายในร้านจะตกแต่งด้วยวัสดุในสมัยก่อนที่นำมาผสมผสานกับฝ้าเพดาน หลุมซ่อนไฟในสมัยใหม่ ที่ทำให้ได้รับบรรยากาศแบบไทยโบราณ มีแแอร์เย็นสบาย ไม่อึดอัด ส่วนด้านการจัดโต๊ะ มีการใช้โต๊ะไม้เพื่อความแข็งแรงทนทาน และบริเวณรอบๆ ของชั้นสองมีการตกแต่งด้วยดอกไม้ เพื่อความเป็นธรรมชาติและความร่มรื่น ช่วยเพิ่มบรรยากาศและความสุขในการรับประทานอาหาร จุดเด่นของร้านก็คือ ก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตก ที่มีรสชาติจัดจ้าน เข้มข้น ในราคาเบาๆ แล้ว ยังมีลูกชิ้นลวก ลอดช่องวัดเจษฯ ขนมถ้วยโบราณ อีกทั้งยังมีน้ำสมุนไพรเย็นๆ เช่น น้ำลำไย น้ำเก๊กฮวย น้ำกระเจี๊ยบและเมนูอื่นๆ อีกมากมายให้ทุกท่านได้ลองทาน
สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่มีรสชาติเข้มข้นแทบไม่ต้องปรุงเลยก็ว่าได้ ต้องมาลองที่ร้านว่าอร่อยสมคำล้ำลือจริงไหม….?
วันอังคารที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2561
วันพฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2561
รู้หรือไม่ “ของหวาน” ทานให้พอดีมีประโยชน์ต่อร่างกาย
หลายคนพอได้ยินคำว่า “ ของหวาน ”นั้นมักจะคิดว่ามันเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำให้คุณลดน้ำหนักไม่สำเร็จ รวมถึงหากไม่ควบคุมการทานให้เหมาะสม มันก็ยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคร้ายตามมาโดยเฉพาะโรคเบาหวาน อย่างไรก็ตาม ความจริงแล้วของหวานก็มีประโยชน์เช่นกันค่ะ มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง
ไม่ว่าคุณจะอยู่ในโมเม้นท์ที่รู้สึกเศร้าหรือเสียใจ เชื่อไหมคะว่าการได้ทานไอศกรีมเย็นๆ สักลูกหรือของหวานนั้นจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งนี้มีงานวิจัยหนึ่งพบว่า บรรดาของหวานทั้งหลายนั้นสามารถช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลายได้ค่ะ แต่มันอาจช่วยได้ชั่วคราวเท่านั้นหากคุณทานอาหารที่มีน้ำตาลที่เป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวอย่างน้ำตาลทรายขาวที่ผ่านกระบวนการขัดสี โดยมักจะพบได้ในของหวานอย่างคุกกี้ เค้ก ลูกอม ฯลฯ ซึ่งหากคุณทานน้ำตาลชนิดนี้มากเกินไป มันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพค่ะ ทั้งนี้ถ้าอยากรู้สึกมีความสุขขึ้นไปพร้อมๆ กับมีสุขภาพดีคุณควรเลือกทานของหวานที่มีส่วนผสมเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนอย่างผลไม้จะดีกว่าค่ะ
เมื่อกล่าวถึงของหวานนั้นหลายคนอาจมองในแง่ร้ายก่อนว่ามันเป็นตัวการที่ทำให้น้ำหนักตัวของคุณพุ่งกระฉูด ซึ่งความจริงแล้วมันอยู่ที่การเลือกทานและชนิดของๆ หวานค่ะ โดยที่คุณสามารถหลีกเลี่ยงของหวานที่ใส่น้ำตาลในปริมาณมากและถ้าอยากได้รับสารอาหารอย่างเต็มเปี่ยม การหันมาทานของหวานที่นำผลไม้มาเป็นส่วนผสมหรือดื่มน้ำผลไม้ปั่นก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่รักสุขภาพค่ะ สำหรับใครที่ชอบทานเค้ก คุณก็อาจเลือกเป็นชีสเค้กที่ทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนและแคลเซียมจากชีสหรือจะทานคุกกี้ข้าวโอ๊ตที่ใช้เมเปิ้ลไซรัปแทนน้ำตาลทรายขาวก็ดีทั้งนั้นค่ะ
คุณอาจสงสัยว่าบรรดาของหวานทั้งหลายนั้นจะช่วยควบคุมน้ำหนักได้อย่างไรกัน ซึ่งการลดการทานขนมที่ไม่ดีต่อสุขภาพหรือของหวานนั้นอาจช่วยคุณลดน้ำหนักได้ก็จริงค่ะแต่มีหลายการศึกษาพบว่า คนที่ทานของหวานไปพร้อมกับการทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารนั้นจะมีโอกาสที่ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักมากกว่าคนที่ไม่แตะของหวานเลย
แม้ว่าอาหารหวานจะทำให้เกิดโทษแก่ร่างกายแต่หากคุณควบคุมปริมาณการทานให้เหมาะสม มันก็ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกันค่ะ ซึ่งวันนี้เราก็มีเมนูขนมหวานเย็นชื้นใจมาฝากกันคะ นั้นก็คือ ไอติมกะทิสดและลอกช่องวัดเจษฯ ทั้งสองอย่างนี้มีให้ทานกันที่ร้าน “โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” อย่าลืมมาลิ้มลองกันนะคะ
| 1.ทำให้คุณมีความสุข |
| 2.มอบสารอาหาร |
| 3.ช่วยให้ควบคุมน้ำหนักดีขึ้น |
แม้ว่าอาหารหวานจะทำให้เกิดโทษแก่ร่างกายแต่หากคุณควบคุมปริมาณการทานให้เหมาะสม มันก็ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายเช่นกันค่ะ ซึ่งวันนี้เราก็มีเมนูขนมหวานเย็นชื้นใจมาฝากกันคะ นั้นก็คือ ไอติมกะทิสดและลอกช่องวัดเจษฯ ทั้งสองอย่างนี้มีให้ทานกันที่ร้าน “โฮมก๋วยเตี๋ยวเรือ” อย่าลืมมาลิ้มลองกันนะคะ
วันจันทร์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2561
สรรพคุณของถั่วงอก บอกเลยว่าอย่างทึ่ง!!
ถั่วงอกสรรพคุณไม่ธรรมดา จัดเป็นผักที่ให้คุณค่าทางสารอาหารมากมาย หลายคนที่ไม่ชอบกินถั่วงอก อ่านจบแล้วอาจเปลี่ยนใจ มากินถั่วงอกได้ง่ายขึ้น
1. ช่วยในการย่อยและระบบขับถ่าย
ในถั่วงอกมีไฟเบอร์อยู่จำนวนไม่น้อย อีกทั้งยังมีน้ำ และเอนไซม์ชนิดหนึ่งซึ่งมีหน้าที่ช่วยย่อยอาหารในระบบลำไส้ ทำให้การดูดซึมแร่ธาตุ-สารอาหารของลำไส้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งไฟเบอร์และน้ำในถั่วงอกยังจะช่วยให้ระบบขับถ่ายมีความคล่องตัวมากขึ้น ช่วยลดของเสียและสิ่งตกค้างในร่างกายไปกับการขับถ่ายด้วย
2. ช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัย
ด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในถั่วงอก ทำให้ถั่วงอกเป็นผักชนิดหนึ่งซึ่งช่วยบำรุงผิวพรรณ อีกทั้งในถั่วงอกยังมีสารต้านความชราที่ชื่อว่า ออซินอน โดยสารตัวนี้มีคุณสมบัติบำรุงเซลล์ต่างๆ ในร่างกายให้มีความฟิตเฟิร์ม ไม่แก่เร็วเกินไปก่อนเวลาอันควร
3. ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
ด้วยความที่ถั่วงอกมีทั้งวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิด คุณสมบัตินี้ทำให้ถั่วงอกมีประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยเติมความแข็งแรงให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ป้องกันโรคหวัด นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้เกิดความแอคทีฟ ร่างกายจึงจะมีภูมิต้านทานเชื้อไวรัสและเชื้อโรคที่อาจก่ออาการอักเสบตามเซลล์และอวัยวะต่างๆ ได้ดีมากขึ้นด้วยนั่นเอง
4. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
เมล็ดถั่วเขียวที่กลายเป็นต้นถั่วงอกจะช่วยเพิ่มความสามารถในการย่อยโปรตีนได้ดีขึ้น และทำให้กรดอะมิโนบางชนิดสูงขึ้น อีกทั้งต้นถั่วงอกและต้นอ่อนยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระประเภทสารโพลีฟีนอลในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ลดการแข็งตัวของเลือด ช่วยเหนี่ยวนำเอนไซม์ในการทำลายสารพิษในเลือด และช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดมีความคล่องตัวขึ้น จึงสามารถลดอัตราความเสี่ยงโรคหัวใจได้
5. ป้องกันโรคมะเร็ง
มีงานวิจัยที่ศึกษาปริมาณสารประกอบโพลีฟีนอลในกลุ่มฟลาโวนอยด์ในถั่วเขียวและถั่วเหลืองงอก ซึ่งพบว่า ปริมาณสารฟลาโวนอยด์จะเพิ่มมากขึ้นในระหว่างกระบวนการงอก และจะเพิ่มมากที่สุดหลังจากการงอก 6-8 วัน ซึ่งต้นถั่วเขียวงอกมีปริมาณฟลาโวนอยด์รวม 268 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ส่วนต้นถั่วเหลืองงอกพบสารฟลาโวนอยด์ชนิดเคอร์เซตินประมาณ 78.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งสารฟลาโวนอยเหล่านี้มีฤทธิ์เหนี่ยวนำเอนไซม์ในการทำลายสารพิษที่เกิดกับเซลล์ร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดเซลล์อักเสบต่างๆ
นอกจากนี้ในถั่วเหลืองและต้นงอกยังพบว่ามีสารประกอบไฟโตเอสเจน ซึ่งเป็นสารประกอบเอสโตรเจนที่ได้จากพืช ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายกลุ่ม ได้แก่ สารกลุ่มไอโซฟลาโวน สารกลุ่มเทอปีน และสารกลุ่มลิกนิน ซึ่งผลทางระบาดวิทยาพบว่า ไฟโตรเอสโตรเจนเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากในการป้องกันมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก รวมไปถึงลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และปัญหาที่เกี่ยวกับอาการหลังการหมดประจำเดือนได้ เห็นต้นเล็กๆ แบบนี้แต่สรรพคุณของถั่วงอกคับแน่นจริงๆ เลยนะคะ ทว่าการรับประทานถั่วงอกก็มีข้อควรระวังด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการรับประทานถั่วงอกที่ไม่ได้เพาะเอง ซึ่งอาจเสี่ยงกับสารฟอกขาวที่พ่อค้า แม่ค้าใส่ลงมาเพื่อให้ถั่วงอกดูขาวอวบน่ารับประทาน โดยหากเรารับสารฟอกขาวเข้าไปมากๆ ก็จะเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำในการกินถั่วงอกอย่างปลอดภัยต่อร่างกายตามนี้ด้วยค่ะ
1. ช่วยในการย่อยและระบบขับถ่าย
ในถั่วงอกมีไฟเบอร์อยู่จำนวนไม่น้อย อีกทั้งยังมีน้ำ และเอนไซม์ชนิดหนึ่งซึ่งมีหน้าที่ช่วยย่อยอาหารในระบบลำไส้ ทำให้การดูดซึมแร่ธาตุ-สารอาหารของลำไส้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งไฟเบอร์และน้ำในถั่วงอกยังจะช่วยให้ระบบขับถ่ายมีความคล่องตัวมากขึ้น ช่วยลดของเสียและสิ่งตกค้างในร่างกายไปกับการขับถ่ายด้วย
2. ช่วยให้ดูอ่อนกว่าวัย
ด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในถั่วงอก ทำให้ถั่วงอกเป็นผักชนิดหนึ่งซึ่งช่วยบำรุงผิวพรรณ อีกทั้งในถั่วงอกยังมีสารต้านความชราที่ชื่อว่า ออซินอน โดยสารตัวนี้มีคุณสมบัติบำรุงเซลล์ต่างๆ ในร่างกายให้มีความฟิตเฟิร์ม ไม่แก่เร็วเกินไปก่อนเวลาอันควร
3. ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
ด้วยความที่ถั่วงอกมีทั้งวิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิด คุณสมบัตินี้ทำให้ถั่วงอกมีประโยชน์ต่อระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย ช่วยเติมความแข็งแรงให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ป้องกันโรคหวัด นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้เกิดความแอคทีฟ ร่างกายจึงจะมีภูมิต้านทานเชื้อไวรัสและเชื้อโรคที่อาจก่ออาการอักเสบตามเซลล์และอวัยวะต่างๆ ได้ดีมากขึ้นด้วยนั่นเอง
4. ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ
เมล็ดถั่วเขียวที่กลายเป็นต้นถั่วงอกจะช่วยเพิ่มความสามารถในการย่อยโปรตีนได้ดีขึ้น และทำให้กรดอะมิโนบางชนิดสูงขึ้น อีกทั้งต้นถั่วงอกและต้นอ่อนยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระประเภทสารโพลีฟีนอลในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ซึ่งเป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบ ลดการแข็งตัวของเลือด ช่วยเหนี่ยวนำเอนไซม์ในการทำลายสารพิษในเลือด และช่วยให้ระบบหมุนเวียนเลือดมีความคล่องตัวขึ้น จึงสามารถลดอัตราความเสี่ยงโรคหัวใจได้
5. ป้องกันโรคมะเร็ง
มีงานวิจัยที่ศึกษาปริมาณสารประกอบโพลีฟีนอลในกลุ่มฟลาโวนอยด์ในถั่วเขียวและถั่วเหลืองงอก ซึ่งพบว่า ปริมาณสารฟลาโวนอยด์จะเพิ่มมากขึ้นในระหว่างกระบวนการงอก และจะเพิ่มมากที่สุดหลังจากการงอก 6-8 วัน ซึ่งต้นถั่วเขียวงอกมีปริมาณฟลาโวนอยด์รวม 268 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ส่วนต้นถั่วเหลืองงอกพบสารฟลาโวนอยด์ชนิดเคอร์เซตินประมาณ 78.5 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ซึ่งสารฟลาโวนอยเหล่านี้มีฤทธิ์เหนี่ยวนำเอนไซม์ในการทำลายสารพิษที่เกิดกับเซลล์ร่างกาย ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดเซลล์อักเสบต่างๆ
นอกจากนี้ในถั่วเหลืองและต้นงอกยังพบว่ามีสารประกอบไฟโตเอสเจน ซึ่งเป็นสารประกอบเอสโตรเจนที่ได้จากพืช ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายกลุ่ม ได้แก่ สารกลุ่มไอโซฟลาโวน สารกลุ่มเทอปีน และสารกลุ่มลิกนิน ซึ่งผลทางระบาดวิทยาพบว่า ไฟโตรเอสโตรเจนเหล่านี้มีความสำคัญอย่างมากในการป้องกันมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งต่อมลูกหมาก รวมไปถึงลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และปัญหาที่เกี่ยวกับอาการหลังการหมดประจำเดือนได้ เห็นต้นเล็กๆ แบบนี้แต่สรรพคุณของถั่วงอกคับแน่นจริงๆ เลยนะคะ ทว่าการรับประทานถั่วงอกก็มีข้อควรระวังด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะการรับประทานถั่วงอกที่ไม่ได้เพาะเอง ซึ่งอาจเสี่ยงกับสารฟอกขาวที่พ่อค้า แม่ค้าใส่ลงมาเพื่อให้ถั่วงอกดูขาวอวบน่ารับประทาน โดยหากเรารับสารฟอกขาวเข้าไปมากๆ ก็จะเกิดอันตรายต่อร่างกายได้ นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำในการกินถั่วงอกอย่างปลอดภัยต่อร่างกายตามนี้ด้วยค่ะ
วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2561
ทำไมต้องใส่ผักชีฝรั่งในก๋วยเตี๋ยว
ผักชีฝรั่ง ภาษาอังกฤษ เรียก Stink weed หรือ Eryngium เป็นพืชที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี เนื่องจากกลิ่นหอมของผักชีฝรั่ง และสรรพคุณด้านสมุนไพร ของ ผักชีฝรั่ง มีมากมาย เช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วยป้องกันมะเร็ง ช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ลดอาการปวดหัว เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ท้องอืด แก้ท้องเฟ้อ ช่วยแก้อาการอาหารเป็นพิษ ช่วยรักษาแผลเรื้อรัง ช่วยห้ามเลือด ช่วยบำรุงเลือด สำหรับสตรีหลังคลอด ช่วยบำรุงกำหนัด ช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศ ช่วยดับกลิ่นปาก ช่วยดับกลิ่นคาวอาหาร ช่วยเจริญอาหาร ช่วยลดความดันโลหิต บำรุงการทำงานของต่อมไทรอยด์ให้ทำงานปกติ ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยบำรุงเส้นผม บำรุงเล็บ รักษาไข้มาลาเรีย ช่วยขับลม ช่วยแก้อาการอาหารเป็นพิษ ช่วยรักษาผดผื่นคัน ช่วยฆ่าเชื้อโรค ช่วยแก้พิษงู ช่วยแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ช่วยแก้อาการปวดเมื่อย ช่วยกระตุ้นร่างกาย ช่วยขับเหงื่อ ช่วยขับปัสสาวะ
คุณค่าทางอาหารของผักชีฝรั่ง
นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางอาหารของผักชีฝรั่ง ขนาด 100 กรัม พบว่า ให้พลังงาน 32 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วยสารอาหารต่างๆ ดังนี้ กากใยอาหาร 1.7 กรัม ธาตุแคลเซียม 21 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 2.9 มิลลิกรัม สารเบต้าแคโรทีน 876.12 RE วิตามินบี 1 0.31 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.21 มิลลิกรัม ไนอาซีน 0.7 มิลลิกรัม และวิตามินซี 38 มิลลิกรัม
สรรพคุณของผักชีฝรั่ง
สำหรับการใช้ผีกชีฝรั่งมาใช้ประโยชน์ทางยา ทางสมุนไพร นั้น สามารถนำมาใช้ทุกส่วน แต่นิยมนำใบมาใช้บริโภค เป็นส่วนมาก รายละเอียดของสรรพคุณของผักชีฝรั่ง ส่วนต่างๆ มีดังนี้
1. ใบของผักชีฝรั่ง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วยป้องกันมะเร็ง ช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ลดอาการปวดหัว เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ท้องอืด แก้ท้องเฟ้อ ช่วยแก้อาการอาหารเป็นพิษ ช่วยรักษาแผลเรื้อรัง ช่วยห้ามเลือด ช่วยบำรุงเลือด สำหรับสตรีหลังคลอด ช่วยบำรุงกำหนัด ช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศ ช่วยดับกลิ่นปาก ช่วยดับกลิ่นคาวอาหาร ช่วยเจริญอาหาร
2. ลำต้นของผักชีฝรั่ง ช่วยลดความดันโลหิต บำรุงการทำงานของต่อมไทรอยด์ให้ทำงานปกติ ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยบำรุงเส้นผม บำรุงเล็บ รักษาไข้มาลาเรีย ช่วยขับลม เป็นยาระบาย ช่วยแก้อาการอาหารเนพิษ ช่วยรักษาผดผื่นคัน ช่วยฆ่าเชื้อโรค ช่วยแก้พิษงู ช่วยแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ช่วยแก้อาการปวดเมื่อย ช่วยบำรุงกำหนัด ช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศ
3. รากของผักชีฝรั่ง ช่วยกระตุ้นร่างกาย ช่วยขับเหงื่อ ช่วยแก้อาการอาหารเป็นพิษ ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยบำรุงกำหนัด ช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศ
คุณค่าทางอาหารของผักชีฝรั่ง
นักโภชนาการได้ศึกษาคุณค่าทางอาหารของผักชีฝรั่ง ขนาด 100 กรัม พบว่า ให้พลังงาน 32 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วยสารอาหารต่างๆ ดังนี้ กากใยอาหาร 1.7 กรัม ธาตุแคลเซียม 21 มิลลิกรัม ธาตุเหล็ก 2.9 มิลลิกรัม สารเบต้าแคโรทีน 876.12 RE วิตามินบี 1 0.31 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.21 มิลลิกรัม ไนอาซีน 0.7 มิลลิกรัม และวิตามินซี 38 มิลลิกรัม
สรรพคุณของผักชีฝรั่ง
สำหรับการใช้ผีกชีฝรั่งมาใช้ประโยชน์ทางยา ทางสมุนไพร นั้น สามารถนำมาใช้ทุกส่วน แต่นิยมนำใบมาใช้บริโภค เป็นส่วนมาก รายละเอียดของสรรพคุณของผักชีฝรั่ง ส่วนต่างๆ มีดังนี้
1. ใบของผักชีฝรั่ง มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน ช่วยป้องกันมะเร็ง ช่วยยับยั้งและชะลอการขยายตัวของเซลล์มะเร็ง ลดอาการปวดหัว เป็นยาระบายอ่อนๆ แก้ท้องอืด แก้ท้องเฟ้อ ช่วยแก้อาการอาหารเป็นพิษ ช่วยรักษาแผลเรื้อรัง ช่วยห้ามเลือด ช่วยบำรุงเลือด สำหรับสตรีหลังคลอด ช่วยบำรุงกำหนัด ช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศ ช่วยดับกลิ่นปาก ช่วยดับกลิ่นคาวอาหาร ช่วยเจริญอาหาร
2. ลำต้นของผักชีฝรั่ง ช่วยลดความดันโลหิต บำรุงการทำงานของต่อมไทรอยด์ให้ทำงานปกติ ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยบำรุงเส้นผม บำรุงเล็บ รักษาไข้มาลาเรีย ช่วยขับลม เป็นยาระบาย ช่วยแก้อาการอาหารเนพิษ ช่วยรักษาผดผื่นคัน ช่วยฆ่าเชื้อโรค ช่วยแก้พิษงู ช่วยแก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย ช่วยแก้อาการปวดเมื่อย ช่วยบำรุงกำหนัด ช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศ
3. รากของผักชีฝรั่ง ช่วยกระตุ้นร่างกาย ช่วยขับเหงื่อ ช่วยแก้อาการอาหารเป็นพิษ ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยบำรุงกำหนัด ช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศ
วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2561
8 ประโยชน์ผงชาเขียวมัทฉะ Matcha
มัทฉะเป็นผงชาเขียวที่บดละเอียด เป็นยาสุขภาพสำหรับบรรเทาโรคเบาหวาน เพราะมีความเข้มข้นของสารต้านอนุมูลอิสระและยังสามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญอาหารได้อีกด้วย ซึ่งประโยชน์ของการดื่มชามัทฉะที่มีคุณภาพเช่นนี้ จะให้ประโยชน์ต่อสุขภาพด้านใดบ้าง เราขอยกตัวอย่างมา 8 ข้อ ไปชมกันเลยค่ะ
1. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
ในมัทฉะมีสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ที่มีส่วนร่วมในการเพิ่มการป้องกันภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยในการป้องกันสารแปลกปลอมหรือสารที่เป็นพิษต่อร่างกาย
2. ควบคุมโรคเบาหวานชนิดที่ 2
ผงชาเขียวมัทฉะอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการลดระดับไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอลและน้ำตาลกลูโคสในตับในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ยับยั้งความเสียหายของไตและตับ โดยการลดการสะสมของน้ำตาลในเลือดที่ทำปฏิกิริยาต่อโปรตีนมีผลทำให้โปรตีนผิดรูป
3. ดูแลหัวใจและหลอดเลือด
สารสกัดจากชาเขียวมัทฉะจะช่วยบำรุงรักษาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งส่วนประกอบที่สำคัญนี้มีศักยภาพเพื่อช่วยให้ระดับคอเลสเตอรอลต่ำ ลดการสะสมของไขมัน กระตุ้นออโตฟาจี้ กำจัดเซลล์ที่เสียหายบริเวณเยื่อบุผนังหลอดเลือด
4. ช่วยเพิ่มพลังงาน
ในชามัทฉะมีรูปแบบของคาเฟอีนที่เป็นเอกลักษณ์ ทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า สามารถรักษาระดับพลังงานโดยไม่มีผลข้างเคียง ช่วยกระตุ้นสมอง เพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย สนับสนุนการทำงานของต่อมหมวกไตและรักษาระดับฮอร์โมนที่เหมาะสม
5. ดีทอกซ์ร่างกายด้วยผงชาเขียวมัทฉะ
คลอโรฟิลล์ที่มีอยู่ในชามัทฉะ เน้นประสิทธิภาพในกระบวนการทำความสะอาดของร่างกาย คลอโรฟิลล์เป็นสารกำจัดพิษที่ดีเยี่ยม ซึ่งช่วยในการทำความสะอาดเลือด ช่วยในการรักษาความเป็นด่างของเลือดและเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ ยังช่วยในการป้องกันความสัมพันธ์ของสารพิษ ที่เป็นอันตรายกับผนังลำไส้ใหญ่ และขับของเสียออกจากร่างกาย
6. ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย
ชามัทฉะมีแอลธีอะนีนที่เป็นกรดอะมิโนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในชาเขียว มีคุณสมบัติออกฤทธิ์ต้านความวิตกกังวล ช่วยในการเพิ่มคลื่นอัลฟาในสมอง คลื่นอัลฟาเหล่านี้กระตุ้นให้เกิดการผ่อนคลาย ช่วยให้เกิดอาการสงบของสมอง
7. ป้องกันการติดเชื้อ
ชามัทฉะมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการซึมผ่านของสารออกฤทธิ์สำคัญ ที่ยาต้านไวรัสที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ไม่สามารถทำได้
8. ใช้ในการปรุงอาหาร
สามารถใช้ผงมัทฉะเพื่อเพิ่มรสชาดให้กับน้ำ ไอศครีม เค้ก ขนมคุ๊กกี้ได้ ซึ่งการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของชาเขียวมัทฉะจะช่วยยับยั้ง ต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมากได้
1. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
ในมัทฉะมีสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ ที่มีส่วนร่วมในการเพิ่มการป้องกันภูมิคุ้มกันของร่างกาย และช่วยในการป้องกันสารแปลกปลอมหรือสารที่เป็นพิษต่อร่างกาย
2. ควบคุมโรคเบาหวานชนิดที่ 2
ผงชาเขียวมัทฉะอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการลดระดับไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอลและน้ำตาลกลูโคสในตับในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ยับยั้งความเสียหายของไตและตับ โดยการลดการสะสมของน้ำตาลในเลือดที่ทำปฏิกิริยาต่อโปรตีนมีผลทำให้โปรตีนผิดรูป
3. ดูแลหัวใจและหลอดเลือด
สารสกัดจากชาเขียวมัทฉะจะช่วยบำรุงรักษาสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งส่วนประกอบที่สำคัญนี้มีศักยภาพเพื่อช่วยให้ระดับคอเลสเตอรอลต่ำ ลดการสะสมของไขมัน กระตุ้นออโตฟาจี้ กำจัดเซลล์ที่เสียหายบริเวณเยื่อบุผนังหลอดเลือด
4. ช่วยเพิ่มพลังงาน
ในชามัทฉะมีรูปแบบของคาเฟอีนที่เป็นเอกลักษณ์ ทำหน้าที่กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทส่วนกลาง ให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า สามารถรักษาระดับพลังงานโดยไม่มีผลข้างเคียง ช่วยกระตุ้นสมอง เพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย สนับสนุนการทำงานของต่อมหมวกไตและรักษาระดับฮอร์โมนที่เหมาะสม
5. ดีทอกซ์ร่างกายด้วยผงชาเขียวมัทฉะ
คลอโรฟิลล์ที่มีอยู่ในชามัทฉะ เน้นประสิทธิภาพในกระบวนการทำความสะอาดของร่างกาย คลอโรฟิลล์เป็นสารกำจัดพิษที่ดีเยี่ยม ซึ่งช่วยในการทำความสะอาดเลือด ช่วยในการรักษาความเป็นด่างของเลือดและเนื้อเยื่อ นอกจากนี้ ยังช่วยในการป้องกันความสัมพันธ์ของสารพิษ ที่เป็นอันตรายกับผนังลำไส้ใหญ่ และขับของเสียออกจากร่างกาย
6. ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย
ชามัทฉะมีแอลธีอะนีนที่เป็นกรดอะมิโนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะในชาเขียว มีคุณสมบัติออกฤทธิ์ต้านความวิตกกังวล ช่วยในการเพิ่มคลื่นอัลฟาในสมอง คลื่นอัลฟาเหล่านี้กระตุ้นให้เกิดการผ่อนคลาย ช่วยให้เกิดอาการสงบของสมอง
7. ป้องกันการติดเชื้อ
ชามัทฉะมีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับการติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อราต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการซึมผ่านของสารออกฤทธิ์สำคัญ ที่ยาต้านไวรัสที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ไม่สามารถทำได้
8. ใช้ในการปรุงอาหาร
สามารถใช้ผงมัทฉะเพื่อเพิ่มรสชาดให้กับน้ำ ไอศครีม เค้ก ขนมคุ๊กกี้ได้ ซึ่งการรับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของชาเขียวมัทฉะจะช่วยยับยั้ง ต่อต้านโรคมะเร็งเต้านมและมะเร็งต่อมลูกหมากได้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
ดื่มประโยชน์จากชาเขียว
หากถามว่าผู้อ่านว่า เคยดื่มชาเขียวไหม เชื่อว่าทุกคนคงตอบว่าเคยดื่ม บ้างดื่มเพราะชอบ บ้างดื่มเพราะบอกว่ามีประโยชน์ สมัยนี้เครื่องดื่มชาเขีย...
-
ผักขึ้นฉ่าย มีประโยชน์มาก มีประโยชน์ทางโภชนาการคุณค่าต่อร่างกาย เป็น ผักสมุนไพร ที่มีกลิ่นหอมนิยมนำมาใช้ในการปรุงอาหารเพื่อช่วยในการดับ...
-
คนไทยโดยส่วนใหญ่คงไม่มีใครไม่คุ้นเคยกับการรับประทานถั่วงอก ถั่วงอก มักเป็นผักที่เลือกใช้ในหลากหลายเมนู อาหารไทย เช่น ก๋วยเตี๋ยว ผัด...
-
สาวๆ และหนุ่มๆ สมัยนี้ หันมาสนใจเรื่องของ สุขภาพ และการกินอาหารกันมากขึ้น เพราะเมื่อมีสุขภาพดี มีการกินอาหารที่เหมาะสมแล้ว เชื่อกันว่าจะท...












